สตาร์ทเกมการแข่งขันใน Event สุดท้ายของปี 2019 ทั้งมันส์และสนุก ลุ้นมันส์ทุกรุ่น

 

          หลังจากที่เมื่อวานเป็นการควอลิฟายไปแล้ว 4 รุ่น ใหญ่ๆ ด้วยกัน วันนี้ช่วงเช้าเป็นการควอลอิฟายในรุ่น Thailand Super Eco, Thailand Supercar GTC/ Cayman GT4 Trophy Thailand / Thailand Touring Car และ TA2 Thailand ก่อนที่ช่วงเที่ยงจะเริ่มการแข่งขันในรุ่น Thailand Super Pickup, Thailand Super Eco, TA2 Thailand,  Thailand Supercar GT3/GTM, Thailand Supercar GTC/ Cayman GT4 Trophy Thailand / Thailand Touring Car, Thailand Super Compact และ รุ่น Thailand Super Production โดยผลการแข่งขันในแต่หละรุ่นมีดังนี้ 

 

 

         เริ่มจากรุ่น Thailand Super Pickup กันก่อนเลยดีกว่ารุ่นนี้ทำการแข่งขันทั้งหมด 12 รอบสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต รุ่นนี้มีรถเข้าร่วมทำการแข่งขันทั้งหมด 13 คันผู้ที่ออกกริดสตาร์ทในอันดับที่ 1 เป็นรถหมายเลข 29 ขับโดย จรัส แจ้งกมลกุญชัย ด้วยเวลา 2.03.898 นาที ส่วนอันดับที่ 2 เป็นรถหมายเลข 11 ขับโดย ไพฑูรย์  ธรรมาศิริกุล ด้วยเวลา 2.03.928 นาที และอันดับที่ 3 เป็นรถหมายเลข 2 เอกสิทธิ์ นามแสงผา ด้วยเวลา 2.04.203 นาที หลังจากที่สัญญาณไฟดับลง เริ่มการแข่งขันในรุ่น Super Pickup อย่างเป็นทางการ รถแต่หละคันขับเคี่ยวกันอย่างสนุกตลอด 12 รอบการแข่งขัน ซึ่งผู้ชนะในเรซนี้ได้แก่รถหมายเลข 29 จรัล แจ้งกมลกุลชัย ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของรถหมายเลข 11 ไพฑูรย์ ธรรมาศิริกุล อันดับที่ 3 ในรุ่นนี้ได้แก่รถหมายเลข 23 ชินวุฒิ เหล่าชินชาติ  

 

 

         หลังจากที่รุ่น Super Pickup แข่งจบลงก็มาต่อรุ่นเล็กสุดของรายการนี้คือรุ่น Thailand Super Eco ถึงจะรุ่นเล็กสุดแต่รถจอดเต็มกริดและติดอันดับรถแข่งที่มันส์สุดเช่นกัน โดยในช่วงเช้าเป็นการจับเวลาหาอันดับออกสตาร์ทกันไปแล้ว ช่วงบ่ายเป็นการแข่งขันจริงในเรซที่ 7 ของปี 2019 โดยรถหมายเลข 41บุญญาฤทธิ์ สุภาศิริ ที่ทำเวลาได้ 2.11.721 นาที จอดอยู่ที่กริดสตาร์ทอันดับที่ 1 ตามมาด้วยรถหมายเลข 24 ขับโดย ณศรัณย์ โพธิโสโนทัย ทำเวลาได้ 2.12.037 ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของรถหมายเลข 68 พศวัต เนตรอำไพ ทำเวลาได้ 2.12.255 นาทีโดยรุ่นนี้จะทำการแข่งขันทั้งหมด 9 รอบสนามช้าง หลังจากที่ได้เวลากาารแข่งขันมีรถออกจากปากทางพิทไม่ทันจึงต้องออกจากพิทสตาร์ททั้งหมด 12 คัน ซึ่งกลุ่มหัวแถวของรุ่นนี้โดนออกพิทสตาร์ทหมดเลย จึงทำให้ นฤชิต เกียรติมณีศรี ที่ควอลิฟายในอันดับที่ 5 เป็นรถคันนำแทน การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นหลังจากที่สัญญาณไฟแดงทั้งห้าดวงดับลง รถทุกคันเร่งเครื่องอย่างเต็มที่เพื่อที่จะขึ้นนำคู่แข่งให้ได้ ตลอดเกมส์การแข่งขัน 9 รอบสนาม มีผลัดกันนำ ผลัดกันแซง ตำแหน่งเปลี่ยนตลอดเวลาจนครบการแข่งขัน 9 รอบสนาม โดยอันดับที่ 1 ในเรซที่ 7 เป็นของรถหมายเลข 46 นฤชิต เกียรติมณีศรี ที่นำคนเดียวตั้งแต่รอบแรกยันรบธงหมากรุก  ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของรถหมายเลข 44 ไชยยะ ม่วงงาม ที่ครองอันดับที่ 2 ตั้งแต่รอบแรกเช่นกัน ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของรถหมายเลข 41 บุญญาฤทธิ์ สุภาศิริ ที่จับเวลารอบคัดเลือกมาเป็นอันดับที่ 1 แต่ออกพิทสตาร์ทและสามารถไล่แซงคู่แข่งข้างหน้าจนสามารถจบการแข่งขันในอันดับที่ 3 ได้สำเร็จ 

 

           เขยิบความมันส์ขึ้นมากับการแข่งขันในรุ่น TA2 Thailand กันหน่อยดีกว่า สำหรับรุ่นนี้ทำการแข่งขันกันทั้งหมด 60 นาที หรือ 1 ชั่วโมงนั้นเอง โดยรุ่นนี้มีรถเข้าร่วมทำการแข่งขันทั้งหมด 10 คัน โดยกริดสตาร์ทอันดับที่ 1 ของเรซ 9 นี้เป็นรถหมายเลข 88 ขับโดย Craig Corliss กับ Steve Owen  ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของรถหมายเลข 11 Gregory Bennett กับ Maxime Jousse ตามมาด้วยรถหมายเลข 55 Yongboon Tirachaimongkol ที่ทำเวลามาเป็นอันดับที่ 3 โดยการสตาร์ทของรุ่นนี้เป็นแบบโรลลิ่งสตาร์ท หลังจากที่สัญญาณไฟแดงดับลง คือเริ่มสตาร์ทการแข่งขันในเรซที่ 9 อย่างเป็นทางการเสียงเครื่องรถแต่หละคันคำรามกันอย่างกึกก้อง ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน 60 นาที มีอะไรให้ลุ้นให้ตื่นเต้นกันตลอดเวลาจนมาถึงช่วง ปากทางพิทเปิด ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องวางแผนกันในทีมในการเปลี่ยนตัวนักแข่ง หลังจากที่ปากทางพิทปิดลง รถทุกคันเปลี่ยนตัวนักแข่งเรียบร้อยแล้วออกมาใส่กันต่อในเวลาที่เหลือ โดยหลังจากจบการแข่งขัน 60 นาที รถหมายเลข 29 ขับโดย Jaylyn Robotham  กับ Paul Manuel จบการแข่งขันเป็นอันดับที่ 1 ในรุ่นนี้ ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของรถหมายเลข 88 ขับโดย Craig Corliss กับ Steve Owen ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของรถหมายเลข11 Gregory Bennett กับ Maxime Jousse 

 

           มาต่อกันในรุ่นของ Thailand Supercar GT3/GTM กันบ้างดีกว่ารุ่นนี้ทำการแข่งขันทั้งหมด 60 นาทีเช่นกัน รถแข่งทุกคันเตรียมพร้อมกันสุดๆ หลังจากที่ออกมาตั้งกริดสตาร์ท โดยกริดสตาร์ทอันดับที่ 1 รถหมายเลข 2 ขับโดย Sandy Stuvik กับ Martin Rump ทำเวลาได้ดีที่สุดในรุ่น ส่วนกริดอันดับที่ 2 เป็นของรถหมายเลข 27 ขับโดย Andrew Haryanto กับ Rio Haryanto และกริดสตาร์ทอันดับที่ 3 เป็นของรถหมายเลข 89 ขับโดย Voravud Bhirombhakdi กับ Carlo Van Dam จอดอยู่ รูปแบบการออกสตาร์ทเป็นแบบโรล์ลิ่งสตาร์ทเช่นกัน หลังจากที่จัดแถวมาเป็นระเบียบแล้วกรรมการให้สัญญาณธง ไฟแดงดับลง คือสัญญาณการแข่งขันเริ่มขึ้นแล้ว นักแข่งทุกคันมุ่งมั่นไปข้างหน้าอย่างสุดฝีมือมีเท่าไหร่ใส่เข้าไปให้หมด เพื่อที่จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นที่ 1 ประจำเรซการแข่งขันที่ 7 ในรุ่นนี้ โดยรถที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับที่ 1 ของรุ่น Supercar GT3 ได้แก่รถหมายเลขหมายเลข 2 ขับโดย Sandy Stuvik กับ Martin Rump ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของรถหมายเลข 27 ขับโดย Andrew Haryanto กับ Rio Haryanto ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของรถหมายเลข 34 Kantasak Kusiri 

 

          ส่วนในรุ่น Supercar GTM อันดับที่ 1 ได้แก่รถหมายเลข 38 ขับโดย Nattapong Hortongkum กับ Supong Khamtonwong ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของรถหมายเลข Nattavude Charoensukhawatana กับ Naoki Kawamura  ส่วนอันดับที่ 3 เป็นของรถหมายเลข 15 Tanart Sathienthirakul กับ Munkong Sathienthirakul ซึ่งแข่งรวมกับ Supercar GT3 

 

 

        มาถึงรุ่นการแข่งขัน Thailand Supercar GTC/ Cayman GT4 Trophy Thailand / Thailand Touring Car กันบ้าง โดยรอบนี้แข่งรวมกันทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน โดยต้องวิ่งรอบสนามช้าง ทั้งหมด 12 รอบสนามถึงจะรู้ผลแพ้ชนะกัน โดยกริดสตาร์ทโอเวอร์ออลอันดับที่ 1 เป็นของรถหมายเลข 37 มานัต กุละปาลานนท์ เวลา 1.44.680 นาที ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของรถหมายเลข 46 พสุ  ลิปตพัลลภ เวลา 1.45.287 นาที ส่วนกริดสตาร์ทในอันดับที่ 3 เป็นของรถหมายเลข 66 ณัฐจักร หาญจิตต์เกษม เวลา 1.45.661 นาทีการออกสตาร์ทเป็นแบบโรลลิ่งสตาร์ทหลังจากที่ได้สัญญาณธงเขียวและสัญญาณไฟแดงดับลง รถในรุ่นทุกคันพุ่งไปข้างหน้ากันอย่างเต็มกำลัง เพื่อเข้าสู่โค้งแรกให้เร็วที่สุด และขึ้นนำคู่แข่งจนจบการแข่งขันเป็นอันดับที่ 1 ให้ได้ โดยรถหมายเลข 46 พสุ  ลิปตพัลลภ จบการแข่งขันเป็นอันดับที่ 1 ตามมาด้วยรถหมายเลข 14 ชยพล โยธา ส่วนอันดับ 3 ของรุ่น Supercar GTC เป็นของรถหมายเลข 66 ณัฐจักร หาญจิตต์เกษม

 

 

          ในส่วนของรุ่น Thailand Touring Car อันดับที่ 1 เป็นของรถหมายเลข 4 ขจรศักดิ์ ณ สงขลา ส่วนอันดับที่ 2 เป็นของรถหมายเลข 24 ธำรง มหาดำรงค์กุล และรถหมายเลข 51 ธีร์รัถต์ สุทธิสัมพัทน์ ตามมาเป็นอันดับที่ 3 

 

 

          รุ่นสุดท้ายของการแข่งขันในวันนี้คือรุ่น Thailand Super Compact / Thailand Super Production สำหรับรุ่นนี้ทำการแข่งขันกันทั้งหมด 60 นาที ที่ทั้งสนุกและลุ้นตลอดเวลา การปล่อยตัวของรุ่นนี้เป็นการปล่อยตัวแบบโรลลิ่งสตาร์ทและวิ่งรวมกันทั้งสองรุ่นแต่แยกถ้วยแจกรางวัล โดยกริดสตาร์ทอันดับที่ 1 รถหมายเลข 39 ขับโดย ชานน อัศวสังสิทธิ อันดับที่ 2 ตกเป็นของรถหมายเลข 22 ขับโดย อานนท์ รอดประเสิรฐ อันดับที่ 3 รถหมายเลข 7 อนุสรณ์ อาศิรเลิศสิริ  หลังจากที่รถทุกคันตั้งกริดสตาร์ทเรียบร้อยกรรมการให้สัญญาณชูป้ายเพื่อเตรียมตัวแข่งขัน รถทุกคันวิ่งวนรอบสนาม 1 รอบก่อนที่จะจัดแถวให้เป็นระเบียบหลังรถ Safety Car พอรถ Safety กลับเข้าสู่พิท รถดูสัญญาณไฟแดงที่จะดับลง นั้นคือสัญญาณเริ่มเกมการแข่งขันในรุ่นนี้ หลังจากที่สัญญาณไฟแดงดับลง รถทุกคันพุ่งไปข้างหน้าเพื่อจะหาตำแหน่งที่ดีที่สุดของตัวเองให้ได้ การแข่งขันรถแต่หละคันสลับกันนำ สลับกันแซงอยู่ในช่วง 3-4 รอบแรก หลังจากวิ่งไปได้ประมาณครึ่งทางสัญญาณปากทางพิทเปิดออก รถทุกคันต้องเข้ามาเปลี่ยนตัวนักแข่ง แต่จะเข้ามาช่วงเวลาไหนขึ้นอยู่กับการจัดสรรเวลาของทีมตัวเอง หลังจากที่เปลี่ยนตัวเสร็จออกไปวิ่งแข่งกันอีก เพื่อไล่ชิงตำแหน่งโพลเดียมอันดับหนึ่งในรุ่นของตัวเองมาครองให้ได้ โดยอันดับที่ 1 ในรุ่น Thailand Super Compact ได้แก่รถหมายเลข 39 ชานน อัศวสังสิทธิ ตามมาด้วยอันดับที่ 2 เป็นรถหมายเลข 7 อนุสรณ์ อาศิรเลิศสิริ ส่วนอันดับที่ 3 ของรุ่นนี้เป็นของรถหมายเลข 5 ปวีณแดงสง่า

 

 

          ในส่วนของรุ่น Thailand Super Production รถหมายเลข 45 ชยพล โยธา กับ Hideharu Kuroki คว้าแชมป์ประจำสนามนี้ไปครอง อันดับที่ 2 ตกเป็นของรถหมายเลข 18 เผ่าพงศ์ จันทร์เฉลี่ยและอันดับที่ 3 เป็นของรถหมายเลข 8 อธิพงษ์ ขำทอง กับ สิริศักดิ์ มัณฑุกัมพล

          จบการแข่งขันกันไปแล้วในเรซแรกของ Evet สุดท้ายประจำปี 2019 วันพรุ่งนี้ วันที่ 27 ตุลาคม 2562 ยังคงมีการแข่งขันอีกหนึ่งเรซ เรามาตามดูกันว่าใครจะได้แชมป์ในรุ่นไหนไปครองบ้าง ติดตามชมกัน 

Mhee4523
เขียนโดย: Mhee4523
เมื่อ: 26 ตุลาคม 2562 - 20:11

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook